เปิดรายได้เหล่าเซเลปมวยคนดัง

ยอดมวยที่ยุคผู้ครอบครองนามสมมุติ Pretty boy, The money รวมทั้งสถิติ ชนะ 50 แพ้ 0 ในระดับอาชีพ จากอเมริกา

ที่ชนะนักต่อยที่เลื่องลือต่างๆมามากมาย อย่างเช่น Oscar De La Hoya, Juan Manuel Marquez, Miguel Cotto แล้วก็ Manny Pacquiao ได้เป็นเจ้าของชั้นที่ 1 เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 7 ปีหลังสุด ด้วยรายได้ที่ทิ้งห่างชั้นที่ 2 มากกว่า 2 เท่า
ในขณะที่ในปีที่ล่วงเลยไป Floyd มีไฟต์ชกมวยแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เป็นการต่อยกับ Conor McGregor ซึ่งไฟต์นี้สร้างรายได้ให้ Floyd สูงถึง 9,152 ล้านบาท จากรายได้รวม 9,485 ล้านบาท
จากราคาตั๋วเข้าชมในราคาสูงลิ่ว (รายได้จากวิธีขายตั๋วรวม 1,830 ล้านบาท เฉลี่ย 140,000 บาท ต่อตั๋ว 1 ใบ) รวมถึงจำนวนผู้ชมในระบบ Pay per view จำนวนประมาณ4.3 ล้านคน รวมถึงรายได้จากผู้ช่วยเหลือและลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในต่างบ้านต่างเมือง นำมาซึ่งการทำให้ค่ารวมของไฟต์นี้สูงถึง 18,304 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามราคารวมไฟต์นี้ยังคงด้อยกว่าไฟต์หยุดโลกที่ Floyd ต่อยกับ Manny Pacquiao ยอดมวยชาวประเทศฟิลิปปินส์ ในปี 2015 ที่มีมูลค่าไฟต์สูงถึง 19,968 ล้านบาท
แม้กระนั้นรายได้ที่ Floyd ได้รับในไฟต์กับ McGregor นี้สูงขึ้นมากยิ่งกว่า จากทรง % ที่ Floyd ได้รับสูงขึ้น
สถิติอื่นที่น่าสนใจ
ในนักกีฬาที่รายได้เยอะแยะสุด 100 ขั้นตอนแรก นักกีฬาเชื้อชาติอเมริกัน ติดอันดับเยอะที่สุดจำนวน 65 คน
จำพวกกีฬาส่วนมากที่ติดอันดับเป็น บาสเกตบอล จำนวน 39 คน (มากยิ่งขึ้นสูงจากการเพิ่ม Salary Cap ของลีก NBA ในปี 2016) รองลงมาเป็น อเมริกันบอล จำนวน 18 คน
ใน 100 ขั้นแรกเริ่ม เป็นนักกีฬาชายทั้งหมด (Serena Williams เป็นนักกีฬาหญิงคนเดียวที่ติดอันดับในปีก่อน ถึงแม้ว่าปีนี้ไม่ติดอันดับจากการพักการแข่งขันชิงชัยไปเป็นครั้งคราว จากการตั้งท้องและให้กำเนิดลูกหญิงในตอนของการจัดชั้น
Roger Federer มีรายได้จากผู้ผลักดันและสนับสนุนต่างๆสูงสุด จำนวน 2,163 ล้านบาท (ไม่นับรายได้จากการประลอง) จากรายได้รวม 2,569 ล้านบาทจากแบรนด์ต่างๆจำนวนมาก อย่างเช่น Wilson, Credit Suisse, Mercedes, Rolex, Lindt อื่นๆอีกมากมาย (หมดสัญญากับ Nike ในตอนเดือนมีนาคม)